ข่าวและบทความ

บทความและสาระน่ารู้โดย PSC Clinic


drpeera-profile.jpg

  “พยายามหาข้อมูลศึกษามาหลายที่อ่านรีวิวจากหลายๆ แหล่ง สุดท้ายก็ถูกใจ และตัดสินใจทำกับคุณหมอพีระค่ะ เพราะข่าวมาว่าหน้าอกชิด สวย ได้รูป และที่สำคัญ… โอ้จอร์จ! ที่เค้าล่ำลือกันนักหนาว่าคุณหมอหล่อนั้นไม่ผิดเลย เพราะเป็นจริงทุกคำพูดที่ได้ยินมาค่ะ หล่อ เท่ น่ารัก สุภาพ

show - หนังสือพิมพ์ Manager Online สัมภาษณ์พิเศษ มุมมองและเทคนิคล้ำหน้าศัลยกรรมความงามของคุณหมอพีระ

เป็นอีกหนึ่งในหลายเสียงบนโลกออนไลน์ที่ชื่นชอบในฝีมือการทำอึ๋มของ นพ.พีระ เทียนไพฑูรย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Breast surgery และ Facial surgery ศัลยแพทย์ตกแต่ง PSC Clinic (Peera Plastic and Skin Clinic)  ทว่าคุณหมอพียังโด่งดังเป็นที่กล่าวขวัญกันมากมายในเว็บแชร์ประสบการณ์ศัลยกรรม ดั้งโด่ง ดอท คอม อีกทั้งชื่อของคุณหมอพีระยังเป็นนามที่สาวๆ พึ่งอากู๋เซิร์สชื่อข้อมูลทำศัลยกรรมอกอึ๋มอันดับต้นๆ เป็นคุณหมอท่านแรกๆ ในเมืองไทยที่นำกระดูกอ่อนหลังใบหูมาต่อปลายจมูก ยิ่งในเรื่องการเสริมอึ๋มสนนราคาสมเหตุสมผลต้องยกให้คุณหมอท่านนี้เลย สำหรับคนไข้เจ้าใหม่ต้องกางปฏิทินนัดคิวกันเลยทีเดียว เพราะฝีมือที่ได้รับการบอกต่อจนคนไข้ให้ความไว้วางใจ

กระแสโลก การแข่งขันสูง ดึงธุรกิจศัลย์พุ่ง

คุณหมอพีระมองธุรกิจศัลยกรรมว่า เป็นเทรนด์หน้าตาดี บุคลิกภาพชนะเลิศ พลอยให้หน้าที่การงานย่อมดีตามขึ้นไปด้วย อีกทั้งการแข่งขันในทุกๆ ด้านสูง การศัลกรรมจึงสามารถตอบโจทย์ในเรื่องหน้าตาได้ “ผมว่าเปอร์เซ็นต์ของการที่ผู้ชายมาทำศัลยกรรมในแต่ละปีคงที่นะ เพราะในคนไข้ที่เขาสนใจจะทำด้านนี้เขาก็ทำอยู่แล้ว ผมว่าไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าผู้หญิง ผมว่ากลุ่มผู้ชายที่ต้องการตกแต่งเพิ่มเติมในด้านศัลยกรรมยังนิ่งๆ อยู่ แต่ในด้านของผู้หญิงผมว่าเยอะขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี ผมว่าเป็นกระแสของโลก ทำไมศัลยกรรมเยอะขึ้น ก็เพราะว่าการแข่งขันสูง คือ ทุกคนในปัจจุบันนี้แข่งกันทุกด้าน แข่งตั้งแต่การเรียน ภาษา สุดท้ายตัวชี้วัดอันหนึ่งที่คนไข้เขาคำนึงถึงคือ เรื่องของบุคลิกภาพ การทำศัลยกรรมอย่าไปโอเว่อร์ แต่มันช่วยคนไข้ได้ ทำให้บุคลิกภาพภายนอกเขาดูดีขึ้น มีผลกับเรื่องของหน้าที่การงาน เขาก็มองจุดนี้กันเยอะขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมว่า ‘ความสามารถ’ สำคัญที่สุด”

       ปัญหาเสริมดั้งเทคนิคเก่า ปลายบาง ทะลุ

คุณหมอบอกว่า อย่างไรก็ตามเบอร์ 1 ที่คนไข้ออร์เดอร์ศัลกรรมไม่พ้น ‘จมูก’ แต่ส่วนใหญ่จะพบปัญหาในเรื่องของปลายบาง ทะลุ จนต้องมาขึ้นเขียงรอบ 2 “ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มาทำศัลยกรรมจะเน้นในเรื่องของใบหน้า ซึ่งมีหลายส่วนมากเลย ใบหน้าทุกส่วน ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้เป็นหลัก ใบหน้าเบอร์ 1 คือ ทำจมูก จากนั้นคือตา หรือการฉีดไขมันบนใบหน้า การแก้ไขส่วนอื่นๆ เช่น หูกาง การดึงหน้า การดึงคิ้ว ดึงหน้าผาก

show 2 - หนังสือพิมพ์ Manager Online สัมภาษณ์พิเศษ มุมมองและเทคนิคล้ำหน้าศัลยกรรมความงามของคุณหมอพีระ

เพราะว่าโครงสร้างพื้นฐานของเราขาดเรื่องของจมูกซะเยอะ หากเทียบกับฝรั่งหรือพื้นฐานของคนไทยก็มีความโด่งน้อยกว่าเกาหลี โดยชาวเกาหลีจะมีจมูกที่โด่งมากกว่าเรา ฉะนั้นการทำให้โด่งมากๆ ถือเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าที่เรามักพูดๆ กันว่าหากทำศัลยกรรมแล้วจะต้องมาทำครั้งที่ 2 หรือ 3 ครั้ง น่าจะเป็นกรณีที่เกิดปัญหามากกว่า เช่น ทำจมูกสักพักเกิดปัญหาเรื่องปลายบาง ทะลุ ซึ่งมันเป็นเรื่องของเทคนิคในอดีต  สมัยก่อนเราใช้ซิลิโคนดันปลายจมูกให้โด่ง เราจะเห็นปัญหานี้บ่อยมาก เมื่อผิวหนังถูกดันด้วยซิลิโคน ซักพักจะบาง บางคนอาจจะ 6 เดือน หรือบางคนโชคดีหน่อย แสดงอาการประมาณ 2-3 ปี หรือ 5 ปี 8 ปีก็มี  จึงต้องเปลี่ยนเทคนิค นำกระดูกอ่อนมาเสริมปลายจมูก

ฉะนั้น ปัจจุบันผมจึงเปลี่ยนเทคนิคหมดแล้ว ปลายจมูกจะใช้กระดูกอ่อนจริงทำขึ้นมา จริงๆ ผมน่าจะเป็นยุคแรกๆ ในเมืองไทยที่ริเริ่มทำตรงนี้ และปัจจุบันจึงเป็นมาตรฐานในการทำจมูกของผมไปแล้ว การใช้ซิลิโคนที่ปลายจมูกปัจจุบันในเมืองไทยยังทำกันอยู่เยอะ แต่ของผมเหลือน้อยมากแล้ว  แหล่งของกระดูกอ่อนมี 2 ที่ ที่สามารถเอามาใช้ได้ คือหลังใบหู ซึ่งเป็นส่วนที่เราไม่ได้ใช้งาน มองภายนอกจะไม่รู้เลย มันเหมือนส่วนที่เราไม่ได้ใช้งานอยู่แล้ว มองไม่เห็นเลย และอีกที่คือ กระดูกอ่อนที่อยู่ในช่องโพรงจมูกภายในลึกๆ มันจะมีส่วนที่เราไม่ใช้งานอยู่ เทคนิคนี้จะได้ผลลัพธุ์ที่ยาวนานกว่า เพราะปัญหา 99.99 % ของการทำจมูก ถ้าไม่นับเรื่องเอียง ก็คือ ปลายบางทะลุ จะเกิดที่นี่อย่างเดียวเลย

มีเหตุผลเพราะว่า ตำแหน่งของปลายจมูกเป็นส่วนที่มีการขยับเคลื่อนไหวมาก ซึ่งเป็นส่วนของกระดูกอ่อนอยู่แล้ว มีการใช้งาน มีการสัมผัสสูง เป็นส่วนที่เคลื่อนไหว ถ้าเทียบกับบนสันซึ่งเป็นส่วนที่ไม่เคลื่อนไหว ดังนั้นแรงเสียดสีมีมาก อีกทั้งบริเวณนี้ก็เป็นส่วนที่โด่งที่สุดของจมูกด้วย แรงตึงก็สูงสุด

show 3 - หนังสือพิมพ์ Manager Online สัมภาษณ์พิเศษ มุมมองและเทคนิคล้ำหน้าศัลยกรรมความงามของคุณหมอพีระ

ปัญหาจึงเกิดบ่อยที่สุดตรงนี้ หากเราแก้ปัญหาตรงนี้ได้โดยเบ็ดเสร็จก็จะเพิ่มความปลอดภัยให้คนไข้ ปัจจุบันผมคิดว่าในอนาคตไม่ไกล มันจะเป็นมาตรฐานในการทำจมูกในบ้านเราไปเลย  ผมเริ่มทำตรงนี้ 3 ปีก่อน ก่อนหน้านี้ไม่มีคนไทยทำเลยในเมืองไทย เทคนิคเหล่านี้เกิดขึ้นมาทางฝั่งตะวันตกก่อน จากนั้นทางเอเชีย จึงมีการมาปรับปรุงใช้ในคนเอเชีย ในโซนเอเชีย ผู้นำคือเกาหลี แต่ปัจจุบันได้รับการยอมรับแล้วว่าปลอดภัยกว่า จริงๆ ก็เริ่มมีการพัฒนาเทคนิคนี้ในแต่ละประเทศขึ้นมา ในบ้านเราเองผมว่าก็มีการทำมากขึ้น” คุณหมอพีระกล่าว

วิวัฒนาการการเสริมอึ๋มสารพัดวิธี

  • ยัดซิลิโคน จากน้ำเกลือสู่เจล

“คนไทยจะนิยมหน้าอกธรรมชาติ เวลาใส่เสื้อผ้าดูธรรมชาตินะ ปัจจุบันแยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ การเสริมด้วยซิลิโคน ปัจจุบันนิยมใช้ซิลิโคนเจลหมดเเล้ว ถุงน้ำเกลือถือว่ามีการใช้น้อยมากในแวดวงศัลยกรรม เพราะว่าถุงน้ำเกลือมีอัตราการรั่วถึง 5% ใน 5 ปี คนไข้ตื่นมาหน้าอกอาจจะแฟบหายไป ต้องทำใหม่

show 4 - หนังสือพิมพ์ Manager Online สัมภาษณ์พิเศษ มุมมองและเทคนิคล้ำหน้าศัลยกรรมความงามของคุณหมอพีระ

ในอดีตเมื่อ 10 กว่าปีก่อน การใช้ซิลิโคนถุงเจล อาจจะถูกระงับไว้ชั่วคราวในอเมริกา เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย แต่หลังจากปี 2003 หลังจากหยุดใช้ที่อเมริกาไปประมาณ 10 ปีได้ มีการศึกษาวิจัยในรายงานของมนุษย์ที่ใส่ไปแล้วว่ามีปัญหาอะไรบ้างไหม ในระหว่างที่หยุดใช้ก็ใช้ถุงน้ำเกลือ

พอในปี 2003 เขาก็มีรายงานโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ บอกว่า ใช้ได้แล้ว ไม่พบว่าเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง ซึ่งจริงๆ แล้วศัลยแพทย์ก็รอคอยสิ่งนี้อยู่ เพราะว่าถุงเจล ให้สัมผัสที่ธรรมชาติกว่าถุงน้ำเกลือ มันจะมีความหยุ่นตัวใกล้เคียงเนื้อเต้านมได้ดีกว่า

ในปี 2003 ก็เกิดการใช้ถุงเจลอย่างมหาศาลทั่วโลก ปัจจุบันถุงน้ำเกลือจึงเป็นที่นิยมน้อยมาก เจลรุ่นใหม่ๆ ก็เป็นเจลที่ เรียกว่า Cohesive (ยึดเกาะ) หรือถ้าเรียกง่ายๆ เรียกว่า กัมมี่แบร์ (Gummy Bear) เจลลักษณะนี้จะมีการเกาะตัวกันเป็นก้อน ถึงแม้เปลือกจะมีการปริตัวออกมา เจลก็จะไม่ไหลออกมาเหมือนน้ำ เหมือนเจลลี่ ซึ่งเพิ่มความปลอดภัยให้คนไข้ ได้รับการพิสูจน์ว่าไม่ซึมเข้าสู่ร่างกาย

ปัจจุบันเจลถือว่ามีความปลอดภัยสูงมาก ปัจจุบันจึงมาเล่นในรูปแบบทรงของเจล ทรงกลม ทรงหยดน้ำ ซึ่งปัจจุบันทรงหยดน้ำจะเป็นทรงที่ทันสมัยที่สุด ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ นี่คือในฝั่งของการเสริมด้วยซิลิโคน

  • ฉีดไขมันตัวเอง ข้อจำกัดเยอะ

“อีกฝั่งก็เป็นเรื่องของการจะไปใช้เนื้อเยื่อของตนเอง ได้แก่ ไขมัน ในการฉีดไขมันเข้าสู่เนื้อเต้านม ได้รับการศึกษามากขึ้นเรื่อยๆ

show 5 - หนังสือพิมพ์ Manager Online สัมภาษณ์พิเศษ มุมมองและเทคนิคล้ำหน้าศัลยกรรมความงามของคุณหมอพีระ

แต่ปัจจุบันเป็นทางเลือกในการเสริมเต้านมเท่านั้น ข้อจำกัดก็เยอะ เช่น ข้อจำกัดของเรื่องขนาดที่อาจจจะได้ไม่ใหญ่เท่าซิลิโคน โดยเฉพาะในคนผอม มีไขมันน้อย และหากจำเป็นต้องฉีดหลายครั้งค่าใช้จ่ายอาจจะสูงมากและ อาจจะไม่ได้ขนาดที่พอใ

เพราะอาจจะเกิดการยุบตัวของเซลล์ไขมันร่วมด้วย ทำให้ไขมันยังอยู่ในระหว่างการศึกษาอยู่ แต่ได้รับการยอมรับว่าเป็นทางเลือกอย่างหนึ่งแล้ว แต่ก็ต้องมาเปรียบเทียบกับการเสริมเต้านมด้วยเจล ซึ่งเป็นการผ่าตัดเพียงครั้งเดียว และได้รูปทรงที่ต้องการทันที

ข้อดีคือ ไม่ได้ใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ข้อจำกัดคือ การสร้างขนาดที่ดีทำได้ยากในคนผอม การที่ต้องทำหลายครั้ง และการยุบตัวของเซลล์ไขมัน และที่ยังห่วงคือ การตรวจเมมโมเเกรม ว่าจะอ่านผลได้ดีแค่ไหน เพราะเป็นการฉีดไขมันเข้าไปในเนื้อเยื่อรอบๆเต้านม

ในจุดนี้ก็ต้องพึ่งหมอที่มีประสบการณ์เรื่องเอ็กซเรย์สูงมากๆ ในการอ่าน อันนี้จึงเป็นข้อกังวลอยู่ว่าจะแยกเรื่องของมะเร็งเต้านมในระยะเเรกได้แม่นยำเพียงไร มะเร็งระยะเริ่มต้นจะมีแคลเซียมเล็กๆ การฉีดเซลล์ไขมันเข้าไปในร่างกายอาจจะทำให้เกิดกลุ่มเเคลเซียมเล็กๆ ได้เช่นกัน

การแยก 2 ตัวออกจากกันด้วยการเอ็กซเรย์ต้องอาศัยหมอที่ชำนาญมากจริงๆ ซึ่งอาจจะเป็นข้อจำกัดในบ้านเรา แต่ถ้าเป็นการเสริมซิลิโคน จะแยกชั้นกันเลย นี่คือข้อกังวลกันอยู่ แต่ผมเชื่อว่าในอนาคตอาจจะมีข้อเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ หลังจากที่มีการศึกษาวิจัยมากกว่านี้”

  • ฉีดฟิลเลอร์ (ต้องห้าม)

“การฉีดฟิลเลอร์เข้าร่างกาย ผมเรียนตามตรงเนื่องจากเราทำงานด้านนี้เราต้องติดตามเรื่องการวิจัยทั่วโลก ถึงจะแนะนำคนไข้ได้อย่างถูกต้อง พบว่าในอเมริกายกเลิกการใช้ฟิลเลอร์เสริมเต้านมไปแล้ว อาจจะมีในโซนยุโรปอยู่บ้าง เพราะความเข้มงวดของการใช้สารเหล่านี้น้อยกว่าในอเมริกา

สารที่มีการฉีดเข้าสู่เต้านมในปัจจุบันมีหลายชนิด และบางชนิดพบว่า 30 % ของคนที่ฉีดเข้าไปจะฟอร์มตัวจับตัวกันเป็นก้อน หรืออาจจะมีการอักเสบได้ด้วย ในรายที่อักเสบแทบจะไม่ต่างจากการอักเสบจากการฉีดซิลิโคนเหลวเลย ในความเห็นของหมอ คิดว่าอันตรายเกินไป

show 6 - หนังสือพิมพ์ Manager Online สัมภาษณ์พิเศษ มุมมองและเทคนิคล้ำหน้าศัลยกรรมความงามของคุณหมอพีระ

ปัจจุบันผมคิดว่าในบ้านเรายังไม่มีกฎหมายเข้มงวดในเรื่องนี้ จริงๆ ก็อยากจะออกมาให้ข้อมูลตรงนี้ด้วย ผมทำงานด้านนี้เจอปัญหาจากการฉีดฟิลเลอร์ในหน้าอกมากเลย แล้วแก้ให้ไม่ได้ เพราะฟิลเลอร์จะกลืนไปกับเนื้อเต้านมเลย การคว้านเนื้อจะทำให้เนื้อเต้านมเสียหาย เนื่องจากมีการเอาไปใช้ในสถานเสริมความงามบางสถานที่ แต่ว่าอาจจะไม่ได้ศึกษาลึกถึงผลแทรกซ้อน ว่าจะแก้ได้หรือไม่

แตกต่างกับการฉีดจมูกด้วยสารฟิลเลอร์ มันเป็นการฉีดในชั้นใต้ผิวหนังตื้นๆ และสารที่ฉีดคนละชนิดเพราะที่ฉีดบนใบหน้าจะเป็นพวก HA ( Hyaluronic acid ) เป็นสารไม่ถาวร ซึ่งมีอยู่แล้วในชั้นใต้ผิวหนังตามธรรมชาติ สามารถ อยู่ได้ประมาณ 1 ปี ซึ่งมีราคาแพง ต่อซีซีราคาเป็นหมื่น แต่ถ้านำมาฉีดหน้าอกจะใช้หลายร้อยซีซี เขาจะใช้คนละตัว ซึ่งเป็นสารกึ่งถาวร ราคาถูกกว่าแต่ปัญหาที่ตามมาเยอะ  สำหรับจมูกและใบหน้า การฉีดถือเป็นมาตรฐานทั่วโลก ได้รับการยอมรับว่าทำได้ ไม่เป็นไร แต่ต้องใช้สารที่สลายไปได้นะ ปัจจุบัน HA ก็มีหลายตัวมากเลย เขาก็พัฒนาไปเรื่อยๆ ค่อนข้างปลอดภัย”

ศัลยแพทย์ ….เหรียญสองด้าน จริยธรรม vs เงิน

หมอพีเป็นหมอศัลยกรรมที่มีคนไข้จองคิวจ่อทำสวยอัพอึ๋มเพียบ แน่นขนัดเต็มร้าน ได้รับความไว้วางใจในการลงมีดผ่าตัดจนต้องบอกต่อ ปากต่อปาก เพราะอะไร

show 7 - หนังสือพิมพ์ Manager Online สัมภาษณ์พิเศษ มุมมองและเทคนิคล้ำหน้าศัลยกรรมความงามของคุณหมอพีระ

แพทย์รุ่นใหม่ๆ เลือกเรียนเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งความงามมากขึ้น มีผู้สมัครมากในแต่ละปี เพราะทุกคนมองว่าน่าจะสร้างรายได้ได้ดี และเป็นเทรนด์ของโลกทางด้าน Beautification การสร้างความสวยงามมันเป็นเทรนด์ หลังจากที่ทุกคนเศรษฐกิจดีขึ้น จะเริ่มมองเรื่องความสวยงาม และการแข่งขันในปัจจุบันจึงทำให้ Beautification ได้รับความนิยม แพทย์จึงเลือกเรียนมากขึ้น

แต่ผมอยากจะเตือนว่า การที่เราทำงานด้านนี้ เหมือนเรายืนอยู่บนเหรียญสองด้าน ถ้าเราไม่คำนึงถึงคนไข้มากพอ เรามีโอกาสที่จะเป็นแพทย์ด้านที่ไม่ดีได้ง่าย

อยากจะเน้นเตือนในเรื่องของจริยธรรมมากๆ เลยว่า เราควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนไข้เป็นหลัก ไม่ใช่เรื่องรายได้ที่เข้ามา และคำนึงเรื่องของความปลอดภัยที่เราทำด้วย ว่าจะสร้างปัญหา หรือทำให้คนไข้ได้รับประโยชน์มากน้อยแค่ไหน

อาจารย์ผมก็ได้ปลูกฝังสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างดี คือ ศ.นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ ที่จุฬาฯ ท่านปลูกฝังลูกศิษย์ทุกคนให้มีจริยธรรมที่ดี

ดังนั้นเป็นสิ่งที่เรายึดถือ ผมอยากจะเตือนแพทย์รุ่นใหม่ให้เดินตามรอยทางแนวนี้ เนื่องจากมันใกล้กันมากเลย เป็นเหรียญสองด้าน ว่าคุณจะล้มไปด้านไหน เนื่องจากคนไข้มาปรึกษาเราต้องการ Expert Opinion ดังนั้นสิ่งที่เราพูดไปเขาเชื่อ เราต้องครองตัวอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง

ทั้งนี้จะสร้างความสำเร็จให้แก่ตัวเราเอง ถ้าเราเดินไปในทางที่ถูกต้อง ชื่อเสียงความสำเร็จจะเริ่มมาช้าๆ ถ้าเราสร้างสิ่งที่ดีให้แก่คนไข้ ความสำเร็จจะเกิดการจากบอกต่อ ปากต่อปาก ผมว่าลักษณะนี้จะทำให้วงการศัลยแพทย์ตกแต่งได้รับการยอมรับและได้รับการชื่นชมมากต่อไปเรื่อยๆ ในอนาคต ว่าเราพัฒนาหรือดูแลคนไข้เราดี

show 8 - หนังสือพิมพ์ Manager Online สัมภาษณ์พิเศษ มุมมองและเทคนิคล้ำหน้าศัลยกรรมความงามของคุณหมอพีระ

หากคนไข้มาปรึกษาในบางจุดแต่หากศัลยแพทย์ประเมินแล้วว่า มันดีอยู่แล้ว หรือมันแก้ไขไม่ได้ หรือแก้แล้วแย่ลง เราต้องเบรกคนไข้ บอกว่าทำไม่ได้เพราะอะไร ดีกว่าที่เราจะตัดสินใจทำลงไปแล้วเราสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่สวยออกมา ซึ่งมันจะกระทบกับภาพลักษณ์และชื่อเสียงของคุณหมอโดยตรง อันนี้เป็นหนึ่งในข้อห้ามของการทำผ่าตัดของผมเลยนะ

       “” แนวคิดของผมคือ ปริมาณไม่สำคัญ สำคัญที่คุณภาพของงาน ปริมาณเคสคนไข้ไม่สำคัญเลย รายได้ไม่สำคัญ “”

คติพจน์จริงๆ ของผมจากอาจารย์หมอจรัญ คือ คิดดีทำดี มันก็แปลมาถึงว่า แนวทางการทำงานคุณภาพของงานมาก่อนปริมาณ สำคัญคือ ผลงานของเราที่ออกไปสวยงามดีหรือไม่ สิ่งเหล่านี้จะสร้างความภูมิใจให้กับคนที่ทำ สร้างชื่อเสียงต่อไป

เราสร้างก่อกำแพงที่แข็งแรง อิฐทุกก้อนสำคัญ มันไม่ใช่งานที่จะทำได้ภายในวันสองวัน หรือในช่วงแค่ข้ามปี มันต้องสะสมความดีสะสมประสบการณ์กับตัวเรา ทุกก้อนสำคัญมันจะแข็งแรงทั้งหมด หากเราทำให้เกิดช่องโหว่วันหนึ่งกำแพงมันอาจจะล้มลงมาก็ได้” นพ.พีระ กล่าวปิดท้ายถึงจรรยาบรรณที่หมอทุกคนพึงมี


maxresdefault3-1200x675.jpg

ผลงานเทคนิคด้านศัลยกรรมหน้าอก ของนพ.พีระ นำเสนอที่งานศัลยแพทย์ตกแต่งเต้านมนานาชาติที่ กรุงโซล  เกาหลีใต้ และประกาศนียบัตรการฝึกอบรมเฉพาะทาง ศัลยแพทย์ตกแต่ง   international  fellowship   in plastic surgery  จาก  St. Mary catholic university hospital   โรงเรียนแพทย์ที่ใหญ่ที่สุด  1 ใน 3  ของเกาหลีใต้

certificate - ผลงานเทคนิคการผ่าตัดด้านศัลยกรรมหน้าอกของ นพ.พีระ นำเสนอที่งานศัลยแพทย์ตกแต่งเต้านมที่ประเทศเกาหลี

 


Interview-039-3-1200x926.jpg

เมื่อเทคโนโลยีด้านศัลยกรรมเสริมความงามถูกพัฒนาไปถึงขั้นที่เจ็บตัวน้อยลง พักฟื้นหายไวขึ้น ข้อมูลเข้าถึงได้ง่าย แถมราคามีให้เลือกทุกระดับที่รับได้ ยุคนี้เลยกลายเป็นยุคที่สวยหล่อกันแบบปากต่อปาก ยิ่งมองคนที่เดินเข้าประตูสถานเสริมความงาม หรือคลินิกต่างๆ จะเห็นว่า อายุคนที่สนใจที่จะทำศัลยกรรมความงามมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ นิยมชิงหล่อชิงสวยกันแบบไม่รอแก่แล้วต้องมานั่งแก้กันให้ยุ่งยาก ยิ่งมีภาพ Before กับ After ในอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งยั่วยวนใจอยากจะนมใหญ่ ดั้งโด่งกับเขาบ้าง จนหมอศัลยกรรมตกแต่งเก่งๆ หลายท่านกลายเป็นหมอคิวทองต้องจองคิวกันเป็นเดือนๆ เลยทีเดียว

Interview - บทสัมภาษณ์ คุณหมอพีระ เทียนไพฑูรย์ ในนิตยสาร Cosmetic Magazine ฉบับ เดือน มิถุนายน 2012

นพ.พีระ เทียนไพฑูรย์ คุณหมอคิวทอง ติดอันดับ Top 10 ที่ถูกสาวๆ search ชื่อหาข้อมูลมากที่สุดในอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะเรื่อง การศัลยกรรมเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำที่ดูเป็นธรรมชาติมากจนสาวๆ หลายคนต้องโพสต์รูปตัวเองอวดโฉมกันเลยทีเดียว เรามารู้จักตัวจริงเสียงจริงคุณหมอกันดีกว่า  คุณหมอพีระ เทียนไพฑูรย์ เรียนจบจากรร.เตรียมอุดมศึกษาแล้วสามารถสอบเข้าได้ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบวุฒิบัตรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทั่วไป และเรียนต่อด้านศัลยกรรมตกแต่งจนได้วุฒิบัตรศัลยแพทย์ตกแต่ง ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน จากนั้นจึงไปทำงานเป็นอาจารย์ศัลยกรรมตกแต่ง ที่ภาควิชาศัลย-ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และปัจจุบันได้มาก่อตั้ง PSC Clinic (Peera Plastic and Skin Clinic)

ความตั้งใจจริงสู่.. ศัลยแพทย์ตกแต่ง

“ตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย เดิมผมชอบวิชาผ่าตัดอยู่แล้ว และได้ผ่านไปเรียนที่ภาคศัลยกรรมตกแต่ง จุฬาฯ ตอนนั้นเห็นอาจารย์ทำผ่าตัดแล้วรู้สึกทึ่งมาก เพราะสามารถทำได้ทั้งให้คนไข้สวยขึ้นหรือช่วยแก้ไขความพิการต่างๆ ของร่างกายก็ได้ด้วย ประกอบกับตั้งแต่วัยเด็กชอบงานด้านศิลปะ วาดภาพวิว ภาพคน ยังเคยคิดว่าตอนอายุมากๆ สุดท้าย อยากไปวาดภาพอยู่ตามต่างจังหวัดสงบๆ    จึงคิดว่ามีงานผ่าตัดเพียงด้านศัลยกรรมตกแต่งเท่านั้นที่ผนวกเอาวิชาผ่าตัด และศิลปะเข้าด้วยกัน เรียกว่าได้ทำอย่างที่ชอบไปพร้อมกันเลย จึงตั้งใจกลับมาเรียนเฉพาะทางด้านนี้ที่จุฬาฯ ตอนนั้นมีการเรียนทั้งที่รพ.จุฬาฯ และที่รพ.มหาราช จ.เชียงใหม่ด้วย ต้องกราบขอบพระคุณทางคณาจารย์ศัลยแพทย์ตกแต่งในขณะนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศ.นพ. จรัญ มหาทุมะรัตน์ ที่ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ศาสตร์ต่างๆ ทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้าง แนวความคิด จริยธรรม ให้กับหมอ อันเป็นเป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก ที่นำมาปรับใช้จนถึงทุกวันนี้

จากนั้นเมื่อไปทำงานเป็นอาจารย์ ก็ได้มีประสบการณ์รักษาคนไข้ต่างๆ มากมาย ทั้งด้านความสวยงาม และการแก้ไขความพิการแต่กำเนิด รักษาอุบัติเหตุกระดูกใบหน้าแตกหัก โรคมะเร็งตามร่างกายต่างๆ การผ่าตัดด้วยกล้องจุลทรรศน์ ตรงนี้เป็นข้อได้เปรียบของศัลยแพทย์ตกแต่ง เมื่อเทียบกับศัลยแพทย์อื่นที่ไม่ได้จบมาโดยตรง เพราะศัลยแพทย์ตกแต่งนั้นได้มีโอกาสเห็นโครงสร้างร่างกายมนุษย์อย่างละเอียด จึงทราบดีว่าโครงสร้างอวัยวะต่างๆ นั้นเป็นอย่างไร ตรงไหนเป็นเส้นประสาท เส้นเลือด หรือกระดูกที่สำคัญ งานผ่าตัดด้านศัลยกรรมความงามนั้นแทบจะเกี่ยวข้องกับทุกส่วนของร่างกาย ตรงนี้จึงทำให้ศัลยแพทย์ตกแต่งสามารถพัฒนางานผ่าตัดได้ดี หรือบางครั้งแม้กระทั่งการฉีดสารฟิลเลอร์ที่ใบหน้า ซึ่งไม่ใช่การผ่าตัด หมอก็ยังฉีดโดยอาศัยหลักการเลียนแบบโครงสร้างธรรม-ชาติ คนไข้จึงรู้สึกได้ว่าผลลัพธ์เป็นธรรมชาติมาก”

ต่อยอดความรู้อยู่เสมอ
“ด้วยเป็นคนที่ชอบพัฒนาความรู้อยู่เสมอจึงมักหาเวลาไปศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นเรื่องการผ่าตัดหน้าอก และการผ่าตัดศัลย-กรรมความงามใบหน้า เพื่อให้สามารถควบคุมให้ผลลัพธ์การทำงานของเรามีความสวยงามให้ได้มากที่สุด ผิดพลาดน้อยที่สุด และต้องสามารถ create ความสวยงามซน้ำๆ ให้คนไข้ทุกคนได้ โดยเฉพาะในด้านศัลยกรรมหน้าอก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของคนไทยทีเดียว จากการที่หมอทำศัลยกรรมหน้าอกไปแล้วกว่า 4,000 ราย หมอก็ได้รับเชิญไปร่วมในการประชุมศัลย-แพทย์ด้านเต้านมแห่งเอเชีย (ABAS) ซึ่งคนที่ไปร่วมงานนั้นกล่าวได้ว่าต้องเป็นศัลยแพทย์ที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะเท่านั้น และได้พบเพื่อนใหม่มากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นสุดยอดของศัลยแพทย์ด้านเต้านมของประเทศนั้นๆ ทั้งสิ้น ทำให้ได้พบปะ ถ่ายทอดประสบการณ์ซึ่งกันและกันซึ่งหมอคิดว่าเป็นสิ่งลน้ำค่า เพราะเป็นประสบการณ์ตรงจากการผ่าตัดมาหลายสิบปีและได้พบปะกับสุดยอดศัลยแพทย์เต้านมต่างๆ เช่น Dr.Charles Randquist (Sweden), Dr.Yoshinori Nagumo (Japan), Dr.Lee Paik Kwon (South Korea) ซึ่งยังคงติดต่อและพบกันเสมอในงานประชุมประจำปี  นอกจากนี้ในปี 2011 ก็ได้มีโอกาสไปศึกษา International Fellowship ด้านศัลยกรรมตกแต่ง ที่ St.Mary Catholic University Hospital(1 ใน 3 โรงเรียนแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้) กับ Professor Sangtae Ahn (ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง President of Korean Society of Breast Plastic and Reconstructive Surgery) โดยเน้นไปที่ด้านศัลยกรรมเต้านมและศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า พร้อมทั้งได้ไปเยี่ยมชมเทคนิคการผ่าตัดจากคลินิกชื่อดังย่าน Apgujeong-Dong ซึ่งถือเป็นย่านที่มีคลินิกศัลยกรรมตกแต่งหนาแน่นที่สุดของกรุงโซล ทำให้เปิดมุมมองกว้างมากขึ้น

หมอคิดว่าศัลยแพทย์ตกแต่งด้านความงามที่ดี ต้องมี sense of art สูงแต่หากไม่มีก็สามารถฝึกฝนกันได้ มีตัวอย่างเรื่องหนึ่งคือ เมื่อปี 2008 หมอไปที่นคร San Francisco, USA เพื่อเข้าร่วมงาน Art Of Rhi-noplasty ซึ่ง Dr. Bernstein จัดไว้ดีมาก นอกจากความรู้ด้านการผ่าตัดแล้ว มีคลาสหนึ่งเรียกว่า Clay (ดินเหนียว) จะมีรูปปั้นหน้าคนทำจากดินเหนียวมาให้ แต่ไม่มีจมูก แล้วให้คนที่มาร่วมงาน ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งจากนานาประเทศปั้นจมูกที่ตนคิดว่าเป็นธรรมชาติมากที่สุดลงไป แล้วให้คนทั้งงานร่วมกันลงคะแนนโหวต ครั้งนั้นมีหมอต่างชาติจากฝรั่งเศสคนหนึ่ง และผมจากเมืองไทยที่ได้คะแนนโหวตสูงสุดเท่ากัน ครั้งนั้นยิ่งทำให้ลึกซึ้งว่างานศิลปะกับงานศัลยกรรมตกแต่งนั้นแยกจากกันไม่ออกจริงๆ”

ผลงานที่ภูมิใจ

“หมอยึดหลักที่ว่าเราต้องเป็น The Best Professional ในการทำงานด้านนี้ ซึ่งหมายถึงว่า ต้องลึกซึ้งในสิ่งที่ทำนั้นคือความหมาย Pro-fessional ของผม ร่วมกับ Creativity ซึ่งจำเป็น เพราะแวดวงศัลยกรรมตกแต่งมีความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคนิคค่อนข้างสูงและกำลังจะเปลี่ยนแปลงอีกโฉมหน้าหนึ่ง จากที่คนไข้สมัยก่อนไม่ได้ค้นคว้าหาข้อมูลด้านการศัลยกรรม ปัจจุบันคนไข้สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ง่าย เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่ดีพอเท่านั้นถึงจะคงอยู่ได้ในอนาคต นั่นก็คือเหตุผลทีผมพัฒนางานหลักๆ ขึ้นมา 2 เรื่องคือ

1.ด้านศัลยกรรมเสริมหน้าอก ผมเริ่มทำ การผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยซิลิ-โคนทรงหยดน้ำ (Tear drop, Anatomic implant) อย่างจริงจัง เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน ขณะนั้นเพิ่งเริ่มมีการนำเข้ามาในเมืองไทยแต่ยังไม่แพร่หลายมากนัก ก่อนนั้นมีการทำในเมืองไทยอยู่บ้าง แต่มักเป็นในกรณีผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมให้แก่คนไข้ที่เป็นมะเร็งเต้านมและตัดเต้านมไปแล้ว จากการสังเกตและติดตามคนไข้อย่างใกล้ชิด พบว่าซิลิโคนชนิดนี้ได้ผลลัพธ์เป็นที่พึงพอใจของคนไข้สูงและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งตรงกันกับทางต่างประเทศ ตอนนี้หลายประเทศใกล้ๆ เรา เริ่มตื่นตัวมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์, มาเลเซีย, เวียดนาม แม้กระทั่งจีน ที่เกาหลีใต้เอง ศัลยแพทย์ตกแต่งก็สนใจกันมาก เพียงแต่วัสดุนี้กำลังเพิ่งจะเริ่มเข้าสู่ตลาดเกาหลีใต้ในปีนี้    ซิลิโคนทรงหยดน้ำนั้น ปัจจุบันผลิตโดยบริษัทชั้นนำด้านเต้านมเทียมของโลก ได้แก่ Allergan, Mentor และ Silemed และจนกระทั่งวันนี้หมอได้ผ่าตัดเคสเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนทรงหยดน้ำไปแล้วกว่า 2,500 ราย ความแตกต่างของซิลิโคนทรงหยดน้ำกับทรงกลม คือ ในคนที่รูปร่างผอมบาง กล้ามเนื้อบาง การผ่าตัดเสริมทรงกลมอาจจะมองเห็นวัสดุที่ดูกลม ทำให้ไม่เหมือนหน้าอกจริง ซึ่งซิลิโคนทรงหยดน้ำนั้นผลิตมาเลียนแบบหน้าอกจริง จึงทำให้ดูไม่หลอกตาและเหมือนธรรมชาติได้ดีขึ้น แม้ซิลิโคนทรงหยดน้ำนี้จะมีราคาวัสดุสูงมาก และต้องการเทคนิคในการผ่าตัดที่ดีและแม่นยำสูง คนไข้ส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนมาเลือกใช้กันมากขึ้น

2.การผ่าตัดเสริมจมูก ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่น่าจะมีมากที่สุดในบ้านเราผมได้พัฒนาการผ่าตัดเสริมจมูกโดยใช้กระดูกอ่อนมาทดแทนการใช้ซิลิโคนที่ปลายจมูก เนื่องจากพบว่าปัญหาของซิลิโคนในระยะยาวนั้นมีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณปลายจมูก ที่มีโอกาสทะลุหรือผิวหนังบางลงจนดูไม่เป็นธรรมชาติ มองเห็นเป็นซิลิโคนอยู่ด้านล่าง ซึ่งเมื่อก่อนนี้มีการพยายามหาวัสดุต่างๆ เพื่อมาทดแทนซิลิโคน เช่น เนื้อเยื่อไขมันแต่ก็พบว่ามีการสลายไปได้และรูปร่างไม่คงตัว เมื่อหันมาพิจารณากระดูกอ่อน จากพื้นฐานทางศัลยกรรมตกแต่งเป็นที่ทราบกันดีว่า กระดูกอ่อนนั้นพิสูจน์แล้วว่าคงสภาพมากที่สุดเมื่อมีการนำมาปลูกถ่าย (Grafting) จึงเกิดการต่อยอดความคิดนำมาใช้สร้างเป็นปลายจมูก (Tip Plasty) โดยไม่มีการใช้ซิลิโคนที่ปลายจมูกเลย ข้อดีคือ ลดปัญหาเนื้อจมูกบางและทะลุปลายในระยะยาว

อย่างไรก็ตามการใช้กระดูกอ่อนนี้อาจมีความซับซ้อนในการผ่าตัด และค่าใช้จ่ายที่สูงเนื่องจากใช้เวลาผ่าตัดที่นานกว่าปกติมากกว่า 3-4 เท่าตัวแต่ด้วยการเน้นถึงผลลัพธ์ในการรักษาเป็นหลัก แม้ต้องทำงานที่ยากขึ้นก็จำเป็นต้องทำ การผ่าตัดโดยใช้กระดูกอ่อนนี้ตรงกันกับของต่างประเทศซึ่งบางประเทศยกเลิกการใช้ซิลิโคนที่ปลายจมูกมานานแล้ว เช่นเกาหลีใต้ เป็นต้น โดยมากกระดูกอ่อนที่ใช้ก็มาจากหลังใบหู หรือกระดูกอ่อนกั้นกลางจมูก (Septum) ซึ่งในความเห็นส่วนตัวคาดว่าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านเทคนิคในการเสริมจมูกอีก 5-10 ปีข้างหน้าในเมืองไทย”

Trend ผ่าตัด ปี 2012 และเทคโนโลยีใหม่ๆ

“ประการแรก คนจะพยายามเลือกหาวิธีการผ่าตัดที่เจ็บน้อยและฟื้นตัวเร็ว เนื่องจากทุกวันนี้คนเรารีบเร่งในการทำงาน การผ่าตัดที่สามารถฟื้นตัวได้เร็วที่สุดมักได้รับการยอมรับจากคนไข้มากกว่า เช่น การผ่าตัดเสริมหน้าอกทางด้านแผลราวนม ซึ่งสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 2-3 วันเท่านั้น เมื่อเทียบกับต้องใช้เวลาถึง 7 วัน ในการผ่าตัดผ่านทางรักแร้ หรือเลือกการผ่าตัดส่องกล้องดึงคิ้ว ซึ่งแผลเล็กกว่าแบบเปิดแผลยาวแบบในอดีตมากหรือเลือกที่จะเสริมจมูก เสริมคาง เสริมโหนกแก้ม ด้วยการฉีด Filler เป็นต้นประการที่ 2 คนจะเลือกการผ่าตัดที่ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น โดยใช้เทค-โนโลยีต่างๆ เข้าช่วย หรือการใช้เนื้อเยื่อจริงของคนไข้ เช่น การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อดึงคิ้ว ในปัจจุบันมีการพัฒนาวัสดุยึดหนังศีรษะเข้ากับกะโหลกหน้าผากส่วนบน เพื่อตรึงให้คิ้วอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการได้นานขึ้น รอจนเนื้อเยื่อสมานตัวแข็งแรงดี ลดอัตราการหย่อนซน้ำของคิ้ว วัสดุนั้นสามารถสลายไปได้เอง ชื่อ Endotine หรือ การผ่าตัดเสริมจมูกโดยการใช้กระดูกอ่อน, การฉีดใบหน้าทำ Rejuvenation โดยใช้ไขมันตนเอง เหล่านี้เป็นต้น ประการที่ 3 คนจะเลือกการผ่าตัดที่ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นเช่น วัสดุเสริมหน้าอก ทรงหยดน้ำ”

แนวคิด คติ ในการทำงาน“แนวคิดและคติในการทำงานของผม ผมขอแบ่งออกเป็น 4 ข้อหลักๆ คือ 1.การทำงานแบบ professional คำนี้ในความหมายของหมอคือ ความลึกซึ้งในงานที่ทำ 2.ความสำเร็จ ไม่มีทางลัด 3.การสร้างกำแพงที่แข็งแกร่งได้นั้น อิฐทุกก้อนสำคัญเท่ากัน ซึ่งเป็นคำพูดของ รศ.นพ.ประยุทธ โชครุ่งวรานนท์ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ตกแต่ง รพ.จุฬา คนปัจจุบัน ซึ่งประโยคนี้หมายถึง เราต้องละเอียดและใส่ใจในทุกเรื่อง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดูเล็กน้อยเพียงใด ดังนั้นหมอจึงเน้นความพึงพอใจของคนไข้สูงที่สุด ทั้งผลลัพธ์การผ่าตัด ความปลอดภัย การตรวจติดตามที่ดี การบริการ จนทุกวันนี้คนไข้ของหมอส่วนใหญ่นั้นเป็นแบบบอกต่อปาก และต่อปากและข้อสุดท้ายคือยึดคำพูดของ ศ.นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ คือ คิดดี ทำดี การทำงานกับคนไข้นั้นก็จะเห็นทุกคนเหมือนน้อง เหมือนเพื่อน เหมือนญาติ เพื่อที่เราจะได้ take care เอาใจใส่ เอาใจเขา ใส่ใจเรา ทุกวันนี้ผมทำงานแบบ one-to-one นะ คนไข้ทุกราย ผมจะตรวจ ผ่าตัดและติดตามอาการเองทุกขั้นตอน หลายครั้งรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็รู้สึกยินดี”

คนไข้หลายคนเลือกแพทย์จากค่าใช้จ่าย “ผมว่าทุกอย่างในเนื้องานก็มีความซับซ้อนของตัวมันเอง ค่าใช้จ่ายนั้นราคาถูกมากไปก็ไม่ดี เพราะถ้าถูกมากก็จะจำกัดด้านคุณภาพลง แม้หมอจะอยากทำงานที่มีคุณภาพมากๆ แต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกมากๆ คุณหมอก็ไม่สามารถทำได้ แต่ในทางกลับกันราคาสูงมากก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีนะ มองว่าเป็นเรื่องของความพึงพอใจ เช่นการทำจมูกโดยทั่วไปมีตั้งแต่ 4,000-150,000 บาท ส่วนหน้าอกก็มีตั้งแต่ประมาณ 30,000 -200,000 บาท จะเห็นได้ว่าราคาไม่ได้บอกมาตรฐานอะไร เป็นความพึงพอใจมากกว่า ดังนั้นคนไข้ควรจะศึกษาให้ดีเพราะราคาไม่ได้เป็นตัวชี้วัดมากนัก ในอนาคตราคาอาจไม่ใช่ตัวกำหนดอีกต่อไป คนไข้จะใฝ่หาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา”

แนะนำการเลือกศัลยแพทย์ก่อนตัดสินใจ“หากเป็นไปได้ แนะนำเลือกศัลยแพทย์ที่จบด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยตรง เนื่องจากทุกท่านผ่านการฝึกฝน อบรมความรู้ทักษะ เกี่ยวกับการผ่าตัด การประเมินสภาพเนื้อเยื่อผู้ป่วย การเลือกการผ่าตัดรักษาที่ปลอดภัย โดยสามารถดูรายชื่อได้จากเว็บไซต์ของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย (www.plasticsurgery.or.th) และควรจะต้องเข้าไปปรึกษาขอข้อมูลก่อนโดยตรงกับศัลยแพทย์ โดยดูในรายละเอียดของการผ่าตัด ผลลัพธ์ ผลเสีย และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะสิ่งที่เราจะทำจะอยู่กับเราไปตลอด”

Doctor Profile
นพ.พีระ เทียนไพฑูรย์

Education
• แพทยศาสตร์บัณฑิต  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• Certifed Board of General Surgery จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• Certifed Board of Plastic and Reconstructive Surgery    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• อาจารย์ศัลยแพทย์ตกแต่ง  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ตำแน่งปัจจุบัน
• Director of PSC Clinic (Peera Plastic and Skin Clinic),  Bangkok, Thailand

Membership
• สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย
• สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย
• International Society of Aesthetic Plastic Surgery   (ISAPS)

Advanced Training
• Art of Rhinoplasty (San Francisco)
• International Fellowship in Plastic Surgery (Breast and   Facial Surgery)
(St.Mary Catholic university Hospital , Seoul, South Korea)

Specialist
• Breast surgery
• Facial surgery

International Presentation
• เทคนิคการเพิ่มความสวยงามของรูปทรงหน้าอกในการผ่าตัดแก้ไข  พังผืดจากการเสริมหน้าอก
(Presented in Asian Symposium for Breast Plastic and Reconstructive Surgery 2011, South Korea)



เป็นการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆทางด้านศัลยกรรมความงาม ทาง  PSC   ถือเป็นศูนย์การผ่าตัดเต้านมที่เป็นที่รู้จักจากการแนะนำของคนไข้มายาวนาน โดยถือหลักให้บริการโดยเน้นคุณภาพและบริการ และมีการ Update  เทคนิคการผ่าตัดให้ทัดเทียมในระดับนานาชาติอยู่เสมอ  เทคนิกทางด้านผ่าตัดศัลยกรรมเต้านมทั่วโลกล่าสุด    ในปัจจุบันมีการเสริมเต้านมหลากหลายวิธี   สามารถแบ่งได้ดังนี้

1. การเสริมเต้านมโดยใช้ถุงเต้านมเทียม ( Breast   implant  )

2. การเสริมเต้านมโดยใช้ถุงเต้านมเทียมร่วมกับการฉีดไขมันตนเอง ( Composite  Breat implant   with   Autologous Lipoplasty)

3. การเสริมเต้านมโดยการฉีดไขมันตนเองเพียงอย่างเดียว  ร่วมกับการทำสเต็มเซล (    Cell Assisted Lipoplasty – CAL)
ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อเสีย และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน   การเลือกใช้ขึ้นกับความต้องการของคนไข้  และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงผลดีผลเสียของแต่ละวิธี

การเสริมหน้าอกด้วยถุงเต้านมเทียม ( Breast Implant  )

ที่  PSC   เลือกใช้ซิลิโคนเจลรุ่นล่าสุด   (3rd generation  implant )  ซึ่งเจลภายในเป็นซิลิโคนเจลบริสุทธิ์ทางการแพทย์  ( medical grade )   มีลักษณะเกาะกันเป็นก้อน  (  Cohesive  or Gummy bear )  เพื่อความปลอดภัยและทนทาน  และทุกผลิตภัณฑ์ต้องได้รับการรับรองคุณภาพจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาในการเสริมเต้านมโดยเฉพาะ   ( US FDA )  บริษัทที่  PSC เลือกใช้ ได้แก่   Allergan   ,  Silemed ( Sientra  in USA ) , Mentor   ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของโลก
ลักษณะของถุงเต้านมเทียม แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่  ทรงกลม  ( Round shape   )  และ ทรงหยดน้ำ  ( Contour  or Anatomic  shape ) ซึ่งได้ความเป็นธรรมชาติสูง

การเสริมหน้าอกด้วยถุงเต้านมเทียม ร่วมกับการฉีดไขมันตนเอง   (  Composite  breast implant  with  Lipoplasty )

เป็นการเพิ่มขนาดให้เกินกว่าที่ข้อจำกัดของซิลิโคนจะทำได้   หรือช่วยให้การเสริมหน้าอกนั้นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น  เพราะได้เนื้อเยื่อที่นิ่มของไขมันมาช่วยเสริมรอบซิลิโคนในบริเวณที่เนื้อเยื่อบาง   เสริมแต่งบริเวณร่องอกให้ดูชิดมากขึ้นตามต้องการ   ลดปัญหาการคลำขอบถุงซิลิโคน    ค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนเพียงอย่างเดียวประมาณ  2 เท่า  และได้ประโยชน์จากการดูดไขมันส่วนเกินจากหน้าท้อง หรือต้นขา

การเสริมหน้าอกด้วยการฉีดไขมันตนเองเพียงอย่างเดียว ร่วมกับสเต็มเซล   ( CAL -Cell assisted Lipoplasty )

เป็นการใช้ไขมันในปริมาณที่มาก  ( Mega volume )  ในการเสริมเต้านม  ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีสเต็มเซล  เพื่อช่วยในการคงอยู่ของเซลไขมัน  ข้อดีของการฉีดไขมันตนเองเพียงอย่างเดียว  คือ  เป็นการใช้เนื้อเยื่อไขมันของคนไข้   ไม่มีการใช้ถุงเต้านมเทียมจึง ไม่มีปัญหาผังผืดรัดถุงเต้านม  และได้ประโยชน์ในการลดไขมันส่วนเกินของคนไข้  จากหน้าท้อง หรือต้นขา  ( Secondary gain )ไปพร้อมกัน  ที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เทคนิคนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก  คือได้ความเป็นธรรมชาติมากที่สุดเวลาสัมผัสเหมือนเต้านมจริง  และไม่มีแผลเป็น
ศัลยแพทย์ต้องมีเทคนิคในการเก็บและฉีดไขมันที่ดี    ส่วนเครื่องมือที่ PSC   เลือกใช้ในการทำสเต็มเซล ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อย.ของอเมริกา และทั่วโลก    ค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงกว่าการเสริมด้วยซิลิโคนอย่างเดียว  3  เท่า    ข้อจำกัดคือสามารถเพิ่มขนาดได้ประมาณ 1 คัพไซส์  จึงเหมาะกับผู้ที่มีเนื้อเต้านมธรรมชาติอยู่พอสมควรและต้องการเพิ่มขนาดปานกลาง  หรือหลังการมีบุตรแล้วเต้านมมีขนาดลดลง  เพือเติมส่วนเนินอกให้ได้รูป



” พันธกิจ ” ที่ทางแผนกศัลยกรรมตกแต่ง PSC clinic ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คือ ” คุณภาพของงานผ่าตัดที่ดีที่สุด   เน้นความปลอดภัย  เครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัย และองค์ความรู้ที่ต้องล้ำสมัยอยู่ตลอดเวลา  ”  จากการที่หมอได้มีโอกาสรับเชิญไปเป็นวิทยากรในงานระดับนานาชาติต่างๆอยู่เสมอ  ได้พบแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับวิทยากรด้วยกัน  ที่เป็นศัลยแพทย์ตกแต่งชื่อดังทั่วโลก   ทำให้ปัจจุบันเราสามารถยืนยันได้ว่า   การผ่าตัดรักษาที่ทาง PSC clinic มีอยู่นั้น  ทัดเทียมกับต่างประเทศมีมาตรฐานที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

korea - The International Standard surgery BY PSC ( ทำไมจึงสามารถวางใจในการผ่าตัดกับ PSC ?)

 

singapore - The International Standard surgery BY PSC ( ทำไมจึงสามารถวางใจในการผ่าตัดกับ PSC ?)

 

Thailand - The International Standard surgery BY PSC ( ทำไมจึงสามารถวางใจในการผ่าตัดกับ PSC ?)



Tip   cartilage Modification   ( PSC technique )  :  New era of  nose  augmentation  by Dr.Peera .( การเสริมจมูกโดยการสร้างปลายกระดูกอ่อน   ด้วย  PSC  เทคนิค -ที่มา  จากอดีต ถึงปัจจุบัน   )

oblique - Review เบื้องหลังการบุกเบิกเทคนิคการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน (PSC technique) การผ่าตัดการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน มาตรฐานสูงสุดของความงามและความปลอดภัยในการเสริมจมูกยุคปัจจุบัน By Dr.Peera

ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน  สิ่งหนึ่งที่สร้างปัญหาในวงการศัลยกรรมตกแต่งไทย มาโดยตลอดคือ  การเสริมจมูกด้วย ซิลิโคนจรดปลายจมูก  ซึ่งในระยะยาวหลายปีผ่านไป เนื้อเยื่อที่ปลายจมูกมักจะบางลง  และ  ร่วมกับการเห็นซิลิโคน เป็นสันแท่ง ไม่ธรรมชาติเมื่อเนื้อบางลง   ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เลยว่าเคสไหนจะเกิดการทะลุหรือรุนแรงมากน้อย  แค่ไหน  ทั้งนี้เพราะเอฟเฟค ของการที่ซิลิโคนซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอม สัมผัสและดันไปที่ผิวหนังปลายจมูกโดยตรง  เมื่อเกิดปัญหาแล้วคนไข้ก็จะมีปัญหานี้ไปจนตลอดชีวิต  แก้จมูกนับจำนวนครั้งไม่ถ้วน และหลายรายในที่สุด  ไม่สามารถแก้ไขให้กลับคงเดิมได้  และจำต้องยอมรับการเสียโฉมในที่สุด  และตามที่มีคนไข้มาปรึกษา  พบว่าเกิดได้  ในทุกคนไม่จำกัดว่าจมูกนั้นจะเสริมด้วยซิลิโคนนิ่มแค่ไหน ทำมาราคาถูกหรือแพงแค่ไหน หลักพันหรือหลักหลายแสนก็ตาม  ทำไมจึงชอบเกิดปัญหาที่ปลายจมูก ?  นั่นก็เพราะส่วนปลายจมูกเป็นส่วนที่มีแรงตึงที่ผิวหนังสูง  มีการเคลื่อนไหวเสียดสีจากการใช้งาน    ( Friction    and  shearing  force   )   จึงทำให้ศัลยแพทย์ที่มุ่งเน้นในการ

สร้างงานคุณภาพที่ปลอดภัยและคงทนถาวร  ต้องขบคิดหาวิธีที่ดียิ่งขึ้นในการผ่าตัดเสริมจมูกแบบใหม่

หลายปีมาแล้วที่หมอได้มีประสบการณ์พบเห็น  และได้พูดคุยกับศัลยแพทย์ชื่อดังด้านผ่าตัดจมูกในต่างประเทศ  และได้ค้นพบว่า  การสร้างงานที่ปลอดภัยและสวยงามนั้นสามารถทำได้   หากแต่ต้องใช้ความพยายามของศัลยแพทย์  อย่างมาก  เพราะเป็นวิธีที่ยุ่งยากซับซ้อนมาก ต้องทำงานอย่างปราณีต  กินเวลาผ่าตัดนานกว่าปกติเกือบ 5 เท่า  จะไม่สามารถทำงานที่รวดเร็วได้เหมือนก่อนที่เสริมจมูกด้วยซิลิโคนทั้งแท่ง   เป็นการผ่าตัดปรับแต่งและเรียงกระดูกอ่อน ที่ละชิ้น และร่วมกับเสริมกระดูกอ่อนจากส่วนอื่น เช่น จากหลังใบหู และแผงกั้นกลางจมูก  ไม่มีการใช้ซิลิโคนที่ส่วนปลายจมูกเลย   จึงเรียกได้ว่าเป็นปลายจมูกธรรมชาติ 100  %

หมอคิดอยู่นานว่าจะเริ่มดีหรือไม่  แต่ในที่สุดเมื่อมองระยะยาวถึงผลลัพธ์ จึงตัดสินใจประกาศยกเลิกการใช้  ซิลิโคนทำปลายจมูก  ผลก็คือ จำนวนคนไข้ลดลงเป็นอย่างมากหลายเท่าตัว  คนไข้คนแรก ที่ใช้เทคนิคนี้ เป็นคนรู้จักของญาติคุณหมอ   หมอต้องอธิบายอยู่ถึง 1 ชั่วโมงเต็มๆ  ว่าเหตุใด  จึงต้องผ่าตัดด้วยวิธีการเช่นนี้ เรียกว่าวันนั้น คนไข้ท่านอื่นที่รอตรวจบ่นกันอุบทีเดียว  แต่ก็ต้องขอบคุณว่าถ้าไม่มีเคสนั้น  ย่อมไม่มีวันนี้ที่การทำจมูกโดยการใช้กระดูกอ่อนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ครั้งที่หมอให้สัมภาษณ์หนังสือ cosmetic magazine  เมื่อหลายปีก่อนนั้น หมอก็ได้ทำนายไว้แล้วว่า ในที่สุดวงการ เสริมจมูกเมืองไทยจะต้องก้าวมาสู่จุดนี้แน่นอนภายใน 5 – 10 ปี

ในช่วงเริ่มแรก  ขณะนั้นในเมืองไทย  หากพูดถึงการทำเช่นนี้  ศัลยแพทย์ตกแต่งท่านอื่นๆหลายท่านกล่าวว่า แปลกประหลาด  หาว่าหมอเพี้ยนไปบ้าง  บ้างก็ว่าโครงสร้างคนไทยไม่เหมือนเกาหลีนะ เป็นต้น  อันนี้เป็นประสบการณ์  ตรงที่คนไข้มาเล่าให้ฟัง  ว่าไปปรึกษาศัลยแพทย์ต่างๆบางท่าน  แล้ววิจารณ์มาแบบนี้  แต่หมอเข้าใจดีว่า  การจะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงอะไรที่หมออื่นและคนไข้จำนวนมากเชื่ออยู๋เดิม  การจะเลี้ยวกลับแรงเสียดทานย่อมสูงเสมอ  เหมือนตอนที่หมอเริ่มทำซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำในเมืองไทยก็เช่นกัน

หมอเชื่อมั่นลึกๆว่า  ในที่สุดผู้คนจะเข้าใจ  สิ่งที่หมอพยายามทำอยู่  ว่าทำไปเพื่ออะไรและคุ้มค่าเช่นไร  หากดูเริ่มต้นอาจจะคิดว่าค่าใช้จ่ายสูงแต่คิดระยะยาวเป็นสิบๆปีจะพบว่าคุ้มมาก   และงานแบบนี้  คืองานศิลป์  งานประติมากรรมซึ่งจะเร่งรีบไม่ได้เลย   ต้องทำด้วยใจ  เราก็อดทนเริ่มนับหนึ่งมาเรื่อย  และ ด้วยความที่ยังไม่มีคน  รู้จักเทคนิคนี้  อธิบายไปร้อยคนแต่จะมีคนทำผ่าตัดคนเดียว   เริ่มพัฒนาจากเทคนิคพื้นฐาน  เก็บเกี่ยวประสบการณ์  จนมาถึงยุคปัจจุบัน  ที่เรียกได้ว่ามีความซับซ้อนของเทคนิคมากกว่าสมัยแรกมาก  และเป็นเทคนิคเฉพาะของ PSC ก็ว่าได้  ที่คลีนิกหมอในปัจจุบัน การแก้ไขกระดูกอ่อนถือเป็นสิ่งที่จำเป็นหากต้องปรับแต่งรูปทรงปลาย หรือทำให้โด่งขึ้น  เว้นกรณีเดียวคือ  การที่ปลายจมูกของคนไข้สมบูรณ์แบบมาอยู่แล้ว  หรือคนไข้ไม่ต้องการปรับแต่งปลายจมูก

ประโยชน์ของการใช้เนื้อเยื่อจริง 100  %  คือ  ผิวหนังที่ปลายจมูกจะสามารถปรับยืดตามที่ต้องการได้โดย  ไม่มีความเสียหายระยะยาว  ทำให้ผลลัพธ์นี้คงทน  ใช้ได้ดีทั้งเคสใหม่และเคสแก้ไข   ซึ่งแม้แต่เคสที่ผิวหนังบางมาก  จนเกือบทะลุ มีอาการแดงรุนแรง ก็สามารถแก้ไขด้วยวิธีการนี้จนกลับสู่สภาพปกติในที่สุด  เพราะร่างกายจะตอบสนอง  มีเลือดมาเลี้ยงผิวหนังที่ปลายได้   ไม่เหมือนถูกดันอยู่ด้วยซิลิโคน

ส่วนการผ่าตัดที่ใช้กระดูกอ่อนครอบไว้ที่ปลายซิลิโคน  หมอไม่ได้นำมาใช้ เพราะมีโอกาสที่กระดูกอ่อน  อาจจะตายจากการที่ยังมีซิลิโคนดันอยู่ และบางครั้งถ้าผิวบางมากจะเห็นกระดูกอ่อนเป็นวงชัดเจนที่ปลายจมูกได้

ข้อจำกัดในการทำการผ่าตัดแบบนี้  คือ ศัลยแพทย์จำเป็นต้องมีความรู้ด้านโครงสร้างของจมูกอย่างลึกซึ้ง  ต้องผ่าตัดเสริมซิลิโคนจมูกมาจนชำนาญ   มีความแม่นยำสูง จนทราบแล้วว่าจะทำอย่างไร  ให้จมูกไม่เอียงไม่เบี้ยว  และเป็นธรรมชาติเสมือนจริง  เพราะการผ่าตัดกระดูกอ่อนนี้ เป็นการทำจมูกที่หมอผู้ผ่าตัดต้องตั้งใจให้เป็นจมูกที่คงทน  ถาวร ไม่ต้องแก้ไขอีกในอนาคตอีกแล้ว    และอีกสิ่งที่เป็นความรู้สึกที่ต้องมี คือ ความคลั่งไคล้หลงไหลต่อการเสริมจมูกให้สวยที่สุด   หรือที่เรียกว่า ต้องมี  passion  มิฉะนั้นจะล้มเลิกไปเสียก่อน

ในปัจจุบัน  หมอก็รู้สึกดีใจที่ได้เป็นคนหนึ่งที่มีส่วนในการริเริ่มพัฒนา เปลี่ยนโฉมวงการศัลยกรรมตกแต่งจมูก ในประเทศไทย ให้เดินทางต่อ จากที่เราเคยหยุดอยู่ที่เทคนิคเดิม และคอยแก้ปัญหาเดิมๆมานา และ คิดหวังไว้ว่าวงการศัลยกรรมตกแต่งไทยจะก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และเป็นผู้นำด้านศัลยกรรมตกแต่งในเอเชีย ซึ่งต้องอาศัยพลังของศัลยแพทย์ตกแต่งรุ่นพี่ รุ่นน้อง ร่วมอาชีพทุกท่าน  ท้ายสุด  ถ้าถามว่าปณิธานในการผ่าตัดของหมอคืออะไร และอะไรคือสิ่งที่ได้จากการพัฒนาการเสริมจมูกชนิดใหม่นี้ ก็คือ  ” การบรรจงสร้างงานศิลป์ที่ดีที่สุด   และไม่มีสิ่งที่เกินความพยายาม “ นั่นเอง

oblique 1 - Review เบื้องหลังการบุกเบิกเทคนิคการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน (PSC technique) การผ่าตัดการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน มาตรฐานสูงสุดของความงามและความปลอดภัยในการเสริมจมูกยุคปัจจุบัน By Dr.Peera

oblique 2 - Review เบื้องหลังการบุกเบิกเทคนิคการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน (PSC technique) การผ่าตัดการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน มาตรฐานสูงสุดของความงามและความปลอดภัยในการเสริมจมูกยุคปัจจุบัน By Dr.Peera

oblique 3 - Review เบื้องหลังการบุกเบิกเทคนิคการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน (PSC technique) การผ่าตัดการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน มาตรฐานสูงสุดของความงามและความปลอดภัยในการเสริมจมูกยุคปัจจุบัน By Dr.Peera

  เทคนิกการผ่าตัดเสริมจมูกโดยการสร้างปลายกระดูกอ่อนจริง 100 %

(  Nasal Augmentation with Tip modification  โดย นพ.พีระ เทียนไพฑูรย์  PSC Technique) หลายท่านคงเคยนึกสงสัยว่า การที่รูปทรงจมูกของแต่ละคนแตกต่างกันนั้นเพราะอะไร ทำไมจมูกบางคนถึงสวยได้รูปกว่าคนอื่น   แท้ที่จริงแล้วโครงสร้างของจมูกนั่นเองที่แตกต่างกัน ซึ่งแนวคิดนี้คือ  “   หากสามารถแก้ไขโครงสร้างทุกชนิดให้สวยใกล้เคียงกันได้ ย่อมสามารถปรับแต่งรูปทรงให้สวยแบบใดก็ได้เช่นกัน  “

โครงสร้างของจมูก  ประกอบไปด้วย

face 1 - Review เบื้องหลังการบุกเบิกเทคนิคการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน (PSC technique) การผ่าตัดการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน มาตรฐานสูงสุดของความงามและความปลอดภัยในการเสริมจมูกยุคปัจจุบัน By Dr.Peera

  1. กระดูกแข็ง  (Bone )  ได้แก่ กระดูกสันจมูก (  nasal bone ) และกระดูกขากรรไกรบน  ( upper maxilla )  สองอย่างนี้จะเป็นตัวกำหนดรูปทรงของจมูกทางด้านบน  (  โคนจมูก )  และความกว้างหรือแคบของฐานจมูกทางด้านข้าง
  2. กระดูกอ่อน  (Cartilages)   ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีความซับซ้อน และบอบบาง  ประกอบด้ายกระดูกอ่อนชิ้นเล็กๆจำนวนมากประกอบเข้าด้วยกัน  จะเป็นตัวกำหนดรูปทรงของจมูกส่วนล่าง  ( Cartilaginous framework )และปลายจมูก ( Nasal Tip)    ว่าจะสวยงามเพียงใด
  3. ชั้นผิวหนัง และไขมัน  ( Soft tissue coverage )  จะเป็นตัวแปรสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้รูปทรงของปลายจมูกใหญ่ หรือเล็กและหากกล่าวถึงเทคนิกต่างๆในการเสริมจมูกในปัจจุบัน   และข้อดี – ข้อเสีย สามารถแบ่งได้ 3 วิธี ดังนี้
  1. เสริมจมูก ด้วยซิลิโคนจรดปลายจมูก   ( Conventional  Nasal implant technique) หมายถึง  การเหลาซิลิโคนให้ได้รูปทรง สอดไว้ใต้ผิวหนัง  วางทับอยู่บนกระดูกสันจมูกและ กระดูกอ่อนปลายจมูก   ซึ่งเป็นวิธีเดิมที่ศัลยแพทย์ใช้กันมานานหลายสิบปี อย่างไรก็ตามเป็นที่รู้กันว่า   ถ้าระยะเวลานานพอ เช่น 1-2 ปีขึ้นไป ไม่ว่าศัลยแพทย์จะระมัดระวังอย่างไร หรือราคาทำผ่าตัดแพงหลายหมื่นหลายแสนแค่ไหน ซิลิโคนจะนิ่มหรือยืดหยุ่นมากแค่ไหน  ( Softness  or durability )  หากไม่ปฏิเสธความจริง ก็จะพบว่าสามารถเกิดปัญหาผิวหนังที่ปลายจมูกบางลงจนเกิดความไม่ธรรมชาติ มองเห็นซิลิโคนได้  หรือบางครั้งรุนแรงจนปลายจมูกทะลุได้ (ดังภาพ)    และการจะแก้ไขให้กลับมาในสภาพที่ปกติ หลังจากเกิดการทะลุนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก หรือทำไม่ได้เลย  เพราะปลายจมูกจะหดสั้นลง มีการบุ๋มของเนื้อเยื่ออย่างถาวรจากผิวหนังที่บางมาก และแผลเป็นหดรั้งจากภายใน

face 2 - Review เบื้องหลังการบุกเบิกเทคนิคการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน (PSC technique) การผ่าตัดการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน มาตรฐานสูงสุดของความงามและความปลอดภัยในการเสริมจมูกยุคปัจจุบัน By Dr.Peera

 

สาเหตุที่มักมีปัญหาการบางของผิวหนัง( Skin Atrophy )   เฉพาะที่ปลายจมูก   เพราะ

  •  ปลายจมูกเป็นส่วนที่มีความตึงสูงสุด ( high tension ) เพราะเป็นส่วนที่ยื่นมากที่สุด  ยิ่งเสริมซิลิโคนที่ปลาย แรงตึงนี้ก็จะสูงกว่าธรรมชาติมาก   ซึ่งในความเป็นจริง ผิวหนังทุกส่วน  ของร่างกายจะตอบสนองต่อแรงตึงที่ผิดธรรมชาติจากการใส่วัสดุเทียม  (Implant)  โดยการฝ่อลงของชั้นผิวหนังและไขมัน เช่น เสริมจมูก   เสริมหน้าอก    เป็นต้น
  • คนเราสัมผัสจมูกก็มักจะโดนปลายจมูกก่อน ไม่ว่าจะการขยี้จมูก ล้างหน้า สัมผัสต่างๆ  ก็จะเกิดแรงถู  ( Friction ) ข้อดี  คือ  ค่าใช้จ่ายถูก  ศัลยแพทย์ผ่าตัดได้รวดเร็ว  ข้อเสีย   คือ  ความเสียหายต่อเนื้อเยื่อโดยเฉพาะที่ปลายจมูกในระยะยาว  อาจรุนแรงมากจนทะลุได้  เวลาสัมผัสที่ปลายจมูกยังรู้สึกถึงซิลิโคนได้ ไม่ธรรมชาติ
  1. เสริมจมูก ด้วยซิลิโคนจรดปลายจมูก +  วางกระดูกอ่อนเสริมเย็บครอบไว้ที่ปลายซิลิโคน  ( Conventional  Nasal implant technique +  Cartilage graft )      ( ทาง  PSC ไม่ได้ใช้วิธีนี้ ) หมายถึง การผ่าตัดตามข้อ 1  แต่เพิ่มการวางกระดูกอ่อนชิ้นหนึ่งครอบไว้หน้าต่อปลายแท่งซิลิโคน  เพื่อลดปัญหาการบางหรือทะลุของผิวหนังปลายจมูก  สามารถเพิ่มความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง   อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่อาจพบ คือ

2.1.  หากผิวหนังปลายจมูกบางอยู่แล้วอาจจะทั้งในเคสทำใหม่ หรือเคสแก้ไข

มีโอกาสสามารถมองเห็นลักษณะของชิ้นกระดูกอ่อนได้ชัดเจน  ดูไม่ธรรมชาติ   ( ดังภาพ  )

face 3 - Review เบื้องหลังการบุกเบิกเทคนิคการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน (PSC technique) การผ่าตัดการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน มาตรฐานสูงสุดของความงามและความปลอดภัยในการเสริมจมูกยุคปัจจุบัน By Dr.Peera

2.2   มีโอกาสที่กระดูกอ่อนจะตาย หรือสลายไปได้  เนื่องจากเลือดที่สามารถเข้ามาเลี้ยงได้เพียงด้านเดียว คือด้านที่สัมผัสกับผิวหนัง  เพราะอีกด้านหนึ่งวางอยู่บนซิลิโคนโดยตรง ไม่สามารถมีเลือดมาเลี้ยงได้

( ดังภาพ  ทั้งสองเคส  พบว่าเมื่อกระดูกอ่อนสลายไปจึงมองเห็นซิลิโคนและผิวหนังที่ปลายบางเช่นเดิม )

face 4 - Review เบื้องหลังการบุกเบิกเทคนิคการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน (PSC technique) การผ่าตัดการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน มาตรฐานสูงสุดของความงามและความปลอดภัยในการเสริมจมูกยุคปัจจุบัน By Dr.Peera

การอยู่รอดของกระดูกอ่อนนั้น ทางแพทย์เรียกว่า  grafting  ชิ้นกระดูกอ่อนที่ย้ายมาจากที่อื่น เปรียบเสมือนกาฝาก ต้องการสารอาหารและเส้นเลือดใหม่จากเนื้อเยื่อรอบๆ จึงควรวางให้สัมผัสกับเนื้อเยื่อที่ดีโดยรอบให้มากที่สุด ข้อดี  คือ   ค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก  การผ่าตัดทำได้รวดเร็ว เพราะไม่ต้องแก้โครงสร้างจมูก  ข้อเสีย  คือ   มีความเสี่ยงเรื่องการมองเห็นชิ้นกระดูกอ่อนเป็นวงที่ปลายจมูก  มีโอกาสเกิดการสลายไปของกระดูกอ่อน และเวลาสัมผัสที่ปลายจมูกยังรู้สึกถึงซิลิโคนได้

  1. เสริมจมูก  โดยการวางซิลิโคน หรือวัสดุอื่นเช่น  Gore-tex  เพื่อเสริมเฉพาะที่สันจมูก  ร่วมกับการปรับแต่งโครงสร้างกระดูกอ่อนที่ปลายจมูก และการเสริมกระดูกอ่อนที่ปลายจมูก   ( Nasal bridge implant  + Nasal tip framework reshaping + cartilage graft )       (   หมอพีระได้นำมาพัฒนาต่อเนื่องจนปัจจุบันกลายเป็นเทคนิคเฉพาะ PSC Technique )  ซึ่งการปรับแต่งปลาย บางครั้งหมอเรียกย่อๆว่า Tip  Modification  แต่แท้ที่จริงแล้วคนที่วางคอนเซปท์ เรื่องนี้นานมาแล้ว คือ  Professor Jach H.Sheen  ปัจจุบันอยู่ที่ California ,USA  ซึ่งตอนนั้นนิยมใช้กระดูกอ่อนกั้นกลางจมูก ( Septum )    แต่ในปัจจุบันในวงการจะนิยมใช้กระดูกอ่อน  จากส่วนหลังใบหู  ( Concha )  หรือ กระดูกกั้นกลางจมูกก็ได้

face 5 - Review เบื้องหลังการบุกเบิกเทคนิคการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน (PSC technique) การผ่าตัดการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน มาตรฐานสูงสุดของความงามและความปลอดภัยในการเสริมจมูกยุคปัจจุบัน By Dr.Peera

( กระดูกอ่อนจะถูกแก้ไขเพื่อสร้างเป็นปลายใหม่ที่ได้รูปสวย  )

วิธีนี้ในปัจจุบันได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะด้านเสริมจมูกและ ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ระดับนานาชาติมากมาย และพิสูจน์แล้วว่ามีความปลอดภัยสูงที่สุดและคงทนถาวร  เพราะสาเหตุดังนี้

  1. ซิลิโคนหรือวัสดุเสริมจมูก  จะถูกวางในตำแหน่งที่ปลอดภัยและพบปัญหาน้อยมากคือ ที่สันจมูกเท่านั้น
  2. ที่ปลายจมูก ซึ่งมีความเสี่ยงสูง   ไม่มีการใช้ซิลิโคน แต่อาศัยการปรับแต่งโครงสร้างจริงเป็นหลัก ได้แก่  การปรับแต่งรูปทรงกระดูกอ่อนธรรมชาติ  ทั้งขนาด การเรียงตัว มุมและองศาต่างๆ ความสั้นยาวของกระดูกอ่อนต่างๆ  เพื่อให้เข้าใกล้กับโครงสร้างจมูกที่สวยที่สุดตามธรรมชาติ  อาจร่วมกับการใช้กระดูกอ่อนเสริมที่ปลายจมูกเลียนแบบกระดูกอ่อนจริงตามธรรมชาติ จึงไม่พบปัญหาการมองเห็นวงของกระดูกอ่อนแม้ผิวหนังบางมากๆ   หรือในงานแก้ไขเป็นต้น
  3. ผิวหนังที่ปลาย สามารถยืดตามกระดูกจริงได้ โดยไม่มีการบางลงระยะยาว  เนื่องจากไม่เกิดการฝ่อตัว เพราะไม่ได้สัมผัสกับวัสดุเทียม
  4. กระดูกอ่อนที่ปลายจมูกเป็นลักษณะผสมผสาน ระหว่างกระดูกอ่อนจริงที่มีอยู่แล้ว กับย้ายกระดูกอ่อนมา และไม่มีการใช้ซิลิโคนแทรก จึงแทบไม่มีปัญหาเรื่องการฝ่อหรือสลายไปของกระดูกอ่อนแต่จำเป็นต้องมีความรู้และ เทคนิกในการดูแลกระดูกอ่อนเป็นอย่างดี
  5. โครงสร้างที่ใบหู หรือ กระดูกกั้นกลางจมูก จะไม่เสียรูปทรง เพราะนำส่วนที่ซ่อนอยู่ เฉพาะบางส่วนไปใช้เท่านั้น
  • ข้อดี  ความคงทน  สวยงามและปลอดภัยระยะยาว เวลาสัมผัสเป็นธรรมชาติเนื่องจากเป็นปลายกระดูกอ่อนจริง
  • ข้อเสีย  ความซับซ้อนของการผ่าตัดสูงมากหลายเท่า  ใช้เวลาผ่าตัดนานหลายชั่วโมง  ค่าใช้จ่ายสูง ผลลัพธ์ขึ้นกับเทคนิกค่อนข้างมาก  และหากไม่ชำนาญการแก้ไขจะยากกว่า

กรณีการใช้กระดูกอ่อนเทียม เพื่อพยายามมาใช้แทนกระดูกอ่อนจริงนั้น วัสดุชนิดนี้แท้จริงคือ MEDPOR หรือ  porous polyethylene  จะมีรูพรุนให้เนื้อเยื่อเข้าไปยึดเกาะ หมอเลิกใช้ไปเมื่อหลายปีก่อน  เนื่องจากพบปัญหาสำคัญคือ ยังมีโอกาสทะลุได้พอสมควร และปลายจมูกจะแข็งไม่มีการเคลื่อนไหวที่ดี  (Stiffness)  ปัจจุบันศัลยแพทย์ด้านทำจมูกที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศก็ไม่นิยมใช้เช่นกัน  สำหรับโดยส่วนตัว  หมอชื่นชอบวิธีที่ 3 นี้  และใช้เป็นมาตรฐานในการผ่าตัดจมูก และได้ริเริ่มพัฒนามานาน  ซึ่งที่ต่างประเทศก็มีการผ่าตัดลักษณะนี้อย่างแพร่หลายเช่นกันเนื่องจากปลอดภัยกว่าวิธีเดิม  หมอได้นำมาใช้กับคนไข้ตนเองตั้งแต่ยุคที่ในเมืองไทยยังไม่ค่อยรู้จัก  บางศัลยแพทย์จึงยังออกความเห็นต่อต้านสิ่งเหล่านี้อยู่   ตอนที่มีสื่อมาสัมภาษณ์ก็เกิดกระแสต่อต้านรุนแรงพอสมควร  หมออดทนพัฒนาเรื่อยมาให้ได้งานที่สมบูรณ์ และปัจจุบันกลายเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปแล้ว  ที่คลินิกเองคนไข้จะมาปรึกษาเรื่องการผ่าตัดจมูกชนิดนี้เป็นหลัก   จนแทบจะยกเลิกการผ่าตัดสองวิธีแรกไปแล้ว  ทั้งที่แต่ก่อนหมอก็ชอบใช้ซิลิโคนเสริมจมูก และเห็นว่าสะดวกดี  ข้อจำกัดคือ ความซับซ้อนในการผ่าตัดซึ่งมากกว่าปกติหลายเท่า  ใช้เวลาผ่าตัดนานเกือบ 3 ชั่วโมง/ราย  วันหนึ่งจึงสามารถทำผ่าตัดได้เพียงรายเดียวเท่านั้น    ยิ่งเคสแก้ไขยิ่งยากทวีคูณเพราะเซนสิทีฟมาก  เพราะโครงสร้างทุกอย่างต้องซ่อมส่วนที่เสียหายจากซิลิโคนเดิมเสียก่อนและผิวหนังก็มักจะบางมาก  ในแง่ของคนไข้เอง คนที่สนใจในการผ่าตัดชนิดนี้ก็ควรสอบถามศัลยแพทย์ของตนในรายละเอียดว่า  การผ่าตัดเสริมจมูกเป็นวิธีไหนในระหว่าง 3 วิธีดังกล่าวและอาจต้องตัดสินใจในแง่ของความเสี่ยงข้อดี ข้อเสียและ ค่าใช้จ่ายที่ตนเองยอมรับได้ด้วยเช่นกันครับ



ASBPRS Dr peera - ผลงานผ่าตัดของคุณหมอพีระ PSC clinic ช่วยสร้างชื่อให้หมอไทย ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

ผลงานผ่าตัดของคุณหมอพีระในด้านการเสริมหน้าอก  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซิลิโคนทรงหยดน้ำ  จนมีชื่อเสียงออกไปสู่ระดับนานาชาติ โดยทางงานประชุมศัลยแพทย์ตกแต่งเต้านมแห่งทวีปเอเชีย  ได้เรียนเชิญคุณหมอพีระ   เพื่อเป็นวิทยากรจากประเทศไทย เพื่อให้ความรู้ด้านวิชาการและเทคนิคในการผ่าตัดเสริมหน้าอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประสบการณ์ การใช้ซิลิโคนทรงหยดน้ำ  ในประเทศไทย ให้แก่ศัลยแพทย์ตกแต่งจากนานาประเทศ  โดยจัดการประชุมที่ ศูนย์การแพทย์  Academia อันทันสมัยของ โรงพยาบาลประจำชาติของสิงคโปร์ ( Singapore general hospital ) ในวันที่  16-18 ตุลาคม 2013 ทาง PSC clinic ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในครั้งนี้

 “นับเป็นโอกาสอันดีที่แพทย์ไทยได้แสดงศักยภาพให้นานาประเทศเห็นว่า เทคนิคการผ่าตัดของเรานั้นอยู่ในระดับชั้นนำของเอเชีย และได้มาตรฐานสากล วิทยากรที่มาบรรยายร่วมกันในครั้งนี้ล้วนเป็นแพทย์ทางด้านเสริมหน้าอกชั้นแนวหน้าของหลายประเทศ  ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี  จีน  ไต้หวัน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และอื่นๆ  ยังคิดไม่ถึงว่าเมืองไทยเราสามารถทำผลงานได้ดี มีมาตรฐานสูง  และมีเคสจำนวนมากกว่าเขาเสียอีก ทั้งเทคนิคแก้ไขเคสเสริมหน้าอกที่ยากๆก็สามารถทำได้ ซึ่งตรงนี้เป็นกำลังใจให้หมอสร้างสรรงานผ่าตัดที่ดี มีมาตรฐานสูงสุดต่อไปครับ” 


PSCClinic - เสริมจมูก เสริมหน้าอก ศัลยกรรมตกแต่งโดยอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

PSC Clinic by Dr.Peera

ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่ง ผิวหนัง และ เลเซอร์ พีเอสซี
ชั้น 1 อาคารสปอร์ตซิตี้ ถนนประชาชื่นหลักสี่ กรุงเทพฯ (ใกล้มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์)
ติดต่อสอบถามข้อมูล: 02-5744283 , 088-0117440 , 094-4076777

ทีมแพทย์ของคลินิก

อัพเดทใหม่ล่าสุด

© Copyright 2017 www.pscclinic.com PSC Peera Plastic & Skin Clinic by Dr.Peera